ต้นทุนเทรดกับ Exness ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี ตราสารที่เลือก ขนาดสถานะ และระยะเวลาถือครอง เริ่มจากคํานวณสเปรดและคอมมิชชันรวมขาเปิด–ปิด แล้วบวกต้นทุนถือสถานะข้ามคืน ค่าแปลงสกุลเงิน และค่าใช้จ่ายในการชําระเงินที่เกี่ยวข้อง วิธีส่งคําสั่งและราคาที่จับคู่ได้ก็อาจกระทบต้นทุนสุดท้ายด้วย
สเปรดขั้นต่ําที่โฆษณาเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าบัญชีใดมีต้นทุนต่ําที่สุด ก่อนเปรียบเทียบ ควรใช้สถานะที่มีมูลค่าความเสี่ยงเท่ากันและเงื่อนไขที่ใช้กับบัญชีของคุณ
เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเปรียบเทียบบัญชี?
จดประเทศและนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาของคุณ ประเภทบัญชีและเซิร์ฟเวอร์ สกุลเงินบัญชี สัญลักษณ์ตราสารแบบเต็มรวมอักษรต่อท้าย ขนาดสัญญา ปริมาณซื้อขาย ทิศทางการเทรด และวันที่คาดว่าจะถือสถานะผ่านรอบโรลโอเวอร์ ข้อมูลเหล่านี้ตรวจสอบเองได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชี
ถ้าขนาดสัญญาต่างกัน จํานวนล็อตที่เท่ากันก็อาจมีมูลค่าสถานะต่างกัน เมื่อต้องเปรียบเทียบล็อตมาตรฐาน ล็อตเซ็นต์ หรือสัญญาของตราสารต่างชนิด จึงดูแค่ตัวเลขในช่องปริมาณซื้อขายไม่ได้
บัญชี Exness ประเภทใดคิดคอมมิชชันการเทรด?
Exness ระบุเงื่อนไขเริ่มต้นของบัญชีแต่ละประเภทไว้ดังนี้
| บัญชี | สเปรดขั้นต่ําที่โฆษณา | คอมมิชชันการเทรดที่คิดแยก |
|---|---|---|
| Standard Cent | เริ่มต้น 0.3 pip | ไม่มี |
| Standard | เริ่มต้น 0.2 pip | ไม่มี |
| Pro | เริ่มต้น 0.1 pip | ไม่มี |
| Raw Spread | เริ่มต้น 0.0 pip | สูงสุด 3.50 USD ต่อล็อตต่อขา สําหรับตราสารส่วนใหญ่ |
| Zero | เริ่มต้น 0.0 pip | เริ่มต้น 0.05 USD ต่อล็อตต่อขา ขึ้นอยู่กับตราสาร |
ข้อมูลนี้มาจากตารางเปรียบเทียบบัญชี คําอธิบายคอมมิชชัน ข้อมูลบัญชี Raw Spread และข้อมูลบัญชี Zero ของ Exness เป็นเพียงเงื่อนไขเริ่มต้นของประเภทบัญชี ไม่ใช่ราคาสําหรับสัญลักษณ์ตราสารที่คุณจะเทรด และไม่ได้ยืนยันว่าทุกประเทศเปิดใช้บัญชีเหล่านี้ได้
Exness อธิบายว่าบัญชี Zero มีสเปรดศูนย์สําหรับตราสารที่ซื้อขายมากที่สุด 30 อันดับแรกในช่วง 95% ของวัน แต่ช่วงที่ตลาดผันผวนสูง สเปรดอาจเพิ่มขึ้นเหนือศูนย์ และบัญชีนี้ยังคิดคอมมิชชันด้วย เงื่อนไขบัญชี Zero

ภาพหน้าจอเก่าจากต้นฉบับ วันที่บันทึกและบริบทบัญชียังไม่ได้รับการยืนยัน ตัวเลขในภาพใช้ยืนยันอัตราที่ใช้กับบัญชีในอดีตหรือปัจจุบันไม่ได้
วันที่บันทึกภาพหน้าจอและบริบทของบัญชียังไม่ได้รับการยืนยัน ตัวเลขในภาพจึงใช้ยืนยันราคาในอดีตหรือปัจจุบันสําหรับบัญชีของคุณไม่ได้
อ่านอัตราคอมมิชชันให้ตรงกับขอบเขตที่ระบุ
หน้าข้อมูลบัญชี Raw Spread ระบุคอมมิชชันสูงสุด 3.50 USD ต่อล็อตต่อขาสําหรับตราสารส่วนใหญ่ ส่วนคําแนะนําอย่างเป็นทางการสําหรับฟอเร็กซ์ระบุว่า คอมมิชชันฟอเร็กซ์ของ Raw Spread เริ่มต้นที่ 3.50 USD ต่อล็อตต่อขา ข้อความสองแห่งนี้มีขอบเขตต่างกัน และไม่มีข้อความใดระบุอัตราเฉพาะของทุกสัญลักษณ์ตราสาร ก่อนคํานวณ ควรตรวจสอบตารางอัตราของตราสารที่คุณจะเทรด ข้อมูลบัญชี Raw Spread และคําแนะนําคอมมิชชันฟอเร็กซ์
คําว่า “ต่อขา” หมายถึงขาเปิดหรือขาปิดของธุรกรรม Exness ระบุว่าคอมมิชชันครอบคลุมปริมาณซื้อขายทั้งสองขา และเรียกเก็บทั้งสองส่วนเมื่อเปิดคําสั่ง ถ้าอัตราระบุเป็นต่อขา ให้คูณสองเพื่อหาคอมมิชชันรวมขาเปิด–ปิด แต่ถ้าตัวเลขรวมทั้งสองขาแล้ว ให้นํามาบวกเพียงครั้งเดียว หลักเกณฑ์การเรียกเก็บคอมมิชชัน
แปลงสเปรดเป็นจํานวนเงินอย่างไร?
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และ Bid สมมติราคา EURUSD แสดงทศนิยมห้าตําแหน่ง มี Bid ที่ 1.08500 และ Ask ที่ 1.08508 ส่วนต่างจะเท่ากับ 0.00008
ถ้าขนาด pip เท่ากับ 0.0001 และขนาด point เท่ากับ 0.00001 ส่วนต่างนี้จะเท่ากับ 0.8 pip หรือ 8 points ราคานี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหน่วย ก่อนแปลงค่า ควรตรวจสอบรูปแบบราคาของตราสารที่คุณจะเทรด คําจํากัดความของ pip และ point

ภาพประกอบหน่วยด้วยตัวเลขสมมติ เมื่อขนาด pip เท่ากับ 0.0001 และ point เท่ากับ 0.00001 ส่วนต่างจะเท่ากับ 0.8 pip หรือ 8 points ไม่ใช่ราคาที่ใช้ซื้อขายได้จริง
ราคา EURUSD ในภาพประกอบเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาที่ใช้ส่งคําสั่งซื้อขายได้จริง
Exness ให้สูตรคํานวณไว้ดังนี้
มูลค่าต่อ pip = จํานวนล็อต × ขนาดสัญญา × ขนาด pip
สําหรับสัญญา EURUSD มาตรฐานที่มีขนาดสัญญา 100,000 EUR และขนาด pip เท่ากับ 0.0001 มูลค่าต่อ pip ในสกุลเงินที่ใช้แสดงราคาจะเท่ากับ 10 USD ที่ 1 ล็อต หรือ 1 USD ที่ 0.1 ล็อต อย่านําค่านี้ไปใช้กับล็อตเซ็นต์ ทองคํา หรือสัญญาประเภทอื่น หากบัญชีใช้สกุลเงินอื่น ก็อาจต้องแปลงสกุลเงินด้วย สูตรมูลค่าต่อ pip และข้อกําหนดสัญญาฟอเร็กซ์
ตัวอย่างคํานวณต้นทุนรวมขาเปิด–ปิด
เมื่อทราบมูลค่าต่อ pip ของสถานะแล้ว สามารถประมาณต้นทุนได้จากสูตรนี้
ต้นทุนสเปรดและคอมมิชชันโดยประมาณ = สเปรดในหน่วย pip × มูลค่าต่อ pip ของสถานะ + คอมมิชชันต่อล็อตต่อขา × จํานวนล็อต × 2
แบบจําลองนี้สมมติว่าราคากลางไม่เปลี่ยนแปลง และสเปรดตอนเปิดกับตอนปิดเท่ากัน ยังไม่รวมต้นทุนถือสถานะข้ามคืน ค่าแปลงสกุลเงิน และความแตกต่างในการส่งคําสั่ง Exness อธิบายว่าคําสั่งซื้อเปิดที่ราคา Ask และปิดที่ราคา Bid หากราคาไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเปิดแล้วปิดสถานะ ต้นทุนจะเท่ากับสเปรดเต็มหนึ่งครั้ง คําจํากัดความของราคาคําสั่ง
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ข้อมูลสมมติ โดยกําหนดให้ EURUSD ขนาด 0.1 ล็อตมาตรฐานมีมูลค่าต่อ pip เท่ากับ 1 USD
| ข้อมูลสมมติ | การคํานวณ | ต้นทุน |
|---|---|---|
| สเปรด 0.8 pip | 0.8 × 1 USD | 0.80 USD |
| สเปรด 0.6 pip | 0.6 × 1 USD | 0.60 USD |
| คอมมิชชันสมมติ 2.50 USD ต่อล็อตต่อขา | 2.50 USD × 0.1 × 2 | รวมขาเปิด–ปิด 0.50 USD |
สเปรดและคอมมิชชันเป็นต้นทุนคนละส่วน ถ้ามีทั้งสองรายการก็ต้องนํามารวมกัน อัตรา 2.50 USD เป็นตัวเลขสมมติสําหรับอธิบายวิธีคํานวณ ไม่ใช่อัตราค่าธรรมเนียมของ Exness หรือผลจากการใช้เครื่องคํานวณจริง

ภาพประกอบจากต้นฉบับ ชื่อบัญชีและจำนวนเงินยังไม่ได้รับการยืนยัน จึงใช้ยืนยันค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องหรือจัดอันดับบัญชีไม่ได้ ดูวิธีคำนวณจากตัวอย่างสมมติในบทความ
ชื่อบัญชีและจํานวนเงินในภาพประกอบยังไม่ได้รับการยืนยัน จึงใช้จัดอันดับบัญชีไม่ได้ ให้ใช้ตัวอย่างสมมติด้านบนเพื่อทําความเข้าใจวิธีคํานวณ
อีกตัวอย่างหนึ่ง หากสมมติคอมมิชชันที่ 3.50 USD ต่อล็อตต่อขา เมื่อเทรด 1 ล็อตมาตรฐาน คอมมิชชันรวมขาเปิด–ปิดจะเท่ากับ 7 USD ถ้า EURUSD มีมูลค่าต่อ pip เท่ากับ 10 USD คอมมิชชันนี้ก็เทียบเท่ากับ 0.7 pip
บัญชีที่คิดคอมมิชชันจึงต้องมีสเปรดต่ํากว่าบัญชีที่ไม่คิดคอมมิชชันแยก 0.7 pip เพื่อชดเชยคอมมิชชันส่วนนี้ เงื่อนไขคือมูลค่าสถานะต้องเท่ากันและต้นทุนอื่นไม่ต่างกัน
ใช้เครื่องคํานวณการเทรดเพื่อวางแผนต้นทุน
เครื่องคํานวณของ Exness ใช้ข้อมูลประเภทบัญชี สกุลเงินบัญชี ตราสาร ปริมาณซื้อขาย และเลเวอเรจ ส่วนต้นทุนสเปรดจะประมาณจากค่าเฉลี่ยของวันซื้อขายก่อนหน้า เมื่อเทรดจริง สเปรดและการแปลงสกุลเงินอาจต่างออกไป ผลลัพธ์จึงอาจไม่ตรงกับประมาณการ คําแนะนําการใช้เครื่องคํานวณการเทรด
หากต้องการคํานวณซ้ําด้วยข้อมูลเดิม ให้บันทึกข้อมูลและผลลัพธ์ตามขั้นตอนนี้
- เลือกประเภทบัญชีและสกุลเงินบัญชี
- เลือกสัญลักษณ์ตราสารให้ตรง รวมอักษรต่อท้าย แล้วกรอกปริมาณซื้อขายและเลเวอเรจที่ต้องการ
- ตรวจสอบข้อมูลที่เลือกทั้งหมดก่อนอ่านผลลัพธ์
- จดต้นทุนสเปรด คอมมิชชัน มูลค่าต่อ pip มาร์จิน และค่าสวอปฝั่งซื้อกับฝั่งขายที่แสดงแยกกัน
- ก่อนบวกคอมมิชชันกับต้นทุนสเปรด ให้ตรวจสอบว่าตัวเลขคอมมิชชันรวมทั้งขาเปิดและขาปิดแล้วหรือไม่
ต้นทุนสเปรดโดยประมาณจากเครื่องคํานวณไม่ใช่ราคาสําหรับส่งคําสั่งซื้อขาย Exness ระบุว่าจะทราบต้นทุนสเปรดจริงได้เมื่อเปิดคําสั่งจริงเท่านั้น สมมติฐานและช่องข้อมูลของเครื่องคํานวณ
สําหรับคริปโต ดัชนี ทองคํา และหุ้น ต้องตรวจสอบข้อกําหนดสัญญาและตารางคอมมิชชันของแต่ละตราสาร แล้วคํานวณจากขนาดสัญญา ขนาด pip สกุลเงิน และฐานการคิดคอมมิชชันที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่าง EURUSD ใช้แทนข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้

ภาพหน้าจอเก่าจากต้นฉบับ วันที่บันทึกและบริบทบัญชียังไม่ได้รับการยืนยัน ค่าธรรมเนียมคริปโตในภาพยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นอัตราที่ใช้กับบัญชีในอดีตหรือปัจจุบัน
วันที่บันทึกภาพหน้าจอและบริบทของบัญชียังไม่ได้รับการยืนยัน จึงยืนยันไม่ได้ว่าอัตราค่าธรรมเนียมคริปโตในภาพใช้กับบัญชีของคุณ
ถ้าผลลัพธ์ต่างจากที่คาด ควรตรวจสอบอะไร?
หากประมาณการดูสูงหรือต่ําเกินไป ให้เริ่มตรวจสอบประเภทบัญชี สัญลักษณ์ตราสาร รูปแบบล็อต ขนาดสัญญา สกุลเงินบัญชี และหน่วย pip กับ point แม้ตัวเลขจะดูสมเหตุสมผล ก็อาจคํานวณจากมูลค่าสถานะที่ต่างจากที่คุณตั้งใจไว้
หากคอมมิชชันดูสูงกว่าอัตราต่อขาที่ประกาศ ให้ตรวจสอบก่อนว่าจํานวนเงินนั้นรวมทั้งขาเปิดและขาปิดหรือไม่ ถ้าประมาณการสองชุดต่างกัน ให้เทียบข้อมูลและสมมติฐานก่อนสรุปว่าเป็นข้อผิดพลาดด้านราคา
ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ ให้ขอคําชี้แจงจาก Exness เกี่ยวกับอัตราที่ใช้กับสัญลักษณ์ตราสารนั้น พร้อมขอให้ระบุว่าตัวเลขแต่ละรายการเป็นอัตราต่อขาหรือรวมขาเปิด–ปิด
ประเมินต้นทุนถือสถานะข้ามคืนแยกต่างหาก
เมื่อถือสถานะผ่านรอบโรลโอเวอร์ สวอปอาจทําให้อิควิตีลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ Exness ระบุเวลาโรลโอเวอร์ที่ 21:00 น. GMT+0 ในฤดูร้อน และ 22:00 น. GMT+0 ในฤดูหนาว ควรตรวจสอบอัตราสําหรับฝั่งซื้อหรือฝั่งขายให้ตรงกับสถานะ รวมถึงหน่วยที่ใช้ เว็บไซต์แสดงสวอปเป็น pip ส่วน MetaTrader แสดงเป็น point คําแนะนําเกี่ยวกับสวอป
ปกติฟอเร็กซ์คิดสวอปสามเท่าในวันพุธ ยกเว้น USDCAD ที่คิดในวันพฤหัสบดี ส่วนดัชนีและหุ้นปกติคิดในวันศุกร์ แต่วันหยุดและเงื่อนไขของตราสารอาจทําให้ตารางเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรนับตัวคูณสวอปของแต่ละรอบโรลโอเวอร์ควบคู่กับจํานวนคืนตามปฏิทิน ตารางสวอป และเงื่อนไขฟอเร็กซ์
สมมติสถานะหนึ่งต้องเสียสวอปในอัตราคงที่ −0.5 pip มีมูลค่าต่อ pip เท่ากับ 1 USD และตัวคูณของรอบโรลโอเวอร์เท่ากับ 1, 3 และ 1 จะคํานวณได้ดังนี้
−0.5 × 1 USD × (1 + 3 + 1) = −2.50 USD
ในตัวอย่างนี้จะถูกหัก 2.50 USD แต่อัตราจริงอาจเปลี่ยนแปลง และสวอปอาจเป็นเงินที่ได้รับแทนก็ได้ จึงต้องใช้อัตรา ทิศทาง หน่วย และตารางสวอปที่ใช้กับสถานะนั้น
ตรวจสอบสิทธิ์ปลอดสวอปก่อนถือสถานะ
คําแนะนําเฉพาะเรื่องสถานะปลอดสวอปของ Exness ระบุว่าสถานะนี้ใช้ร่วมกันทั้งพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ยกเว้นสวอปให้เฉพาะตราสารที่กําหนด หากลงทะเบียนเทรดในประเทศอิสลาม จะใช้กฎอีกชุดหนึ่ง กิจกรรมการเทรดมีผลต่อคุณสมบัติในการรับสิทธิ์ และหากมีการยกเลิกสถานะ คําสั่งที่เปิดอยู่และคําสั่งที่จะเปิดในอนาคตก็อาจต้องเสียสวอป เงื่อนไขปลอดสวอป
ก่อนถือว่าคุณได้รับยกเว้นสวอป ให้เปิด Exness benefits ในพื้นที่ส่วนบุคคล แล้วไปที่ Trading conditions และ Swap-Free ตรวจสอบตราสารที่ครอบคลุม พร้อมอ่านการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานะของคุณ
เผื่อต้นทุนแปลงสกุลเงินและชําระเงิน
การแปลงกําไรและขาดทุนเป็นสกุลเงินบัญชี
เมื่อต้องแปลงกําไรหรือขาดทุนเป็นสกุลเงินบัญชี คู่เงินที่ใช้แปลงและหลักเกณฑ์ราคา Bid/Ask ของแพลตฟอร์มจะมีผลต่อการคํานวณ ควรอ่านคําแนะนําของ MT4 หรือ MT5 ให้ตรงกับระบบที่คุณใช้ คําแนะนํานี้ไม่ได้ยืนยันว่าแปลงสกุลเงินได้โดยไม่มีต้นทุน และไม่ได้ระบุอัตราส่วนบวกเพิ่มในการแปลงสกุลเงิน คําแนะนําการแปลงสกุลเงินของกําไรและขาดทุน
ควรแยกต้นทุนส่วนนี้จากการแปลงสกุลเงินตอนฝากหรือถอน หากผลลัพธ์แสดงเป็นสกุลเงินบัญชีแล้ว ระวังอย่านําผลจากการแปลงสกุลเงินครั้งเดียวกันมาบวกซ้ํา
การฝากและถอนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ในพื้นที่ส่วนบุคคล ให้ตรวจสอบวิธีชําระเงินที่เลือกเพื่อดูค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการ สกุลเงินที่รองรับ วงเงินธุรกรรม และระยะเวลาดําเนินการที่คาดไว้ Exness อธิบายว่าระยะเวลาที่แสดงครอบคลุมตั้งแต่เวลาเฉลี่ยถึงเวลาสูงสุดที่คาดการณ์ ส่วนวิธีชําระเงินเฉพาะภูมิภาคจะมีให้ใช้ตามภูมิภาคที่ลงทะเบียนบัญชี ข้อมูลวิธีชําระเงิน
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดําเนินการต้องตรวจสอบตามวิธีที่เลือก ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าทุกวิธีคิดค่าธรรมเนียมเท่ากันหรือรับประกันเวลารับจ่ายเงิน
ให้บันทึกค่าธรรมเนียมการชําระเงินเป็นต้นทุนด้านกระแสเงินสด หากจะปันส่วนให้แต่ละการเทรด ต้องระบุสมมติฐานให้ชัด เช่น กระจายค่าธรรมเนียมเติมเงินไปยังจํานวนการเทรดที่กําหนด และระวังอย่านับผลจากการแปลงสกุลเงินตอนเติมเงินซ้ํา
เปรียบเทียบต้นทุนรวมและบันทึกมาร์จินแยกกัน
ในตารางคํานวณ ให้ใช้หนึ่งแถวต่อประเภทบัญชีที่กําลังพิจารณาและสัญลักษณ์ตราสารแบบเต็มแต่ละคู่ พร้อมบันทึกข้อมูลเหล่านี้
| รายการ | ข้อมูลที่ควรบันทึก |
|---|---|
| มูลค่าสถานะที่เทียบเคียงกัน | ขนาดสัญญา ปริมาณซื้อขาย ทิศทาง และสกุลเงินบัญชี |
| ประมาณการสเปรด | ฐานสเปรดที่ใช้ มูลค่าต่อ pip ของสถานะ และต้นทุนเป็นจํานวนเงิน |
| คอมมิชชันรวม | จํานวนเงินรวมขาเปิด–ปิด นับเพียงครั้งเดียว |
| ต้นทุนถือสถานะข้ามคืน | จํานวนเงินที่คาดว่าจะถูกหักหรือได้รับตามรอบโรลโอเวอร์ที่วางแผนไว้ |
| การแปลงสกุลเงิน | ผลจากการแปลงสกุลเงินที่เกี่ยวกับการเทรดและการฝากถอน |
| ต้นทุนการชําระเงินที่ปันส่วน | จํานวนเงินและสมมติฐานการปันส่วน หากนํามาคิด |
| มาร์จิน | หลักประกันที่ต้องใช้ บันทึกแยกต่างหาก |
มาร์จินคือเงินที่กันไว้เป็นหลักประกัน เลเวอเรจที่สูงขึ้นอาจลดมาร์จินที่ต้องใช้ แต่ถ้ามูลค่าสถานะและราคาเท่าเดิม เลเวอเรจไม่ได้ลดสเปรดหรือคอมมิชชัน และเมื่อราคาเคลื่อนสวนทางเป็นจํานวน pip เท่ากัน ก็ไม่ได้ลดผลขาดทุนด้วย คําจํากัดความของมาร์จิน และคําแนะนําเรื่องเลเวอเรจและมูลค่าต่อ pip
ศูนย์ช่วยเหลือของ Exness ระบุว่าไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสําหรับบัญชีที่ไม่มีการใช้งาน หรือการเปิดใช้งานบัญชีที่จัดเก็บถาวรอีกครั้ง นโยบายนี้ไม่ได้ยกเว้นต้นทุนการเทรดหรือค่าใช้จ่ายในการชําระเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายบัญชีที่จัดเก็บถาวร
ประมาณการยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบัญชี ตราสารที่เลือก สเปรดในอนาคต อัตราต้นทุนถือสถานะข้ามคืน การแปลงสกุลเงิน และการส่งคําสั่ง จึงยืนยันไม่ได้ว่าบัญชีใดถูกที่สุดสําหรับทุกคน หรือระบุต้นทุนที่แน่นอนสําหรับคุณได้
การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับผู้ลงทุนบางราย คําชี้แจงความเสี่ยงของ Exness
TOP10BROKERS อาจได้รับคอมมิชชันผ่านลิงก์พันธมิตร บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คําแนะนําการลงทุนเฉพาะบุคคล
รีวิวนี้อ้างอิงเอกสารด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และการดำเนินงานที่มีและถูกอ้างถึง ณ เวลาที่ตรวจสอบ เงื่อนไขและสิทธิ์ในแต่ละภูมิภาคอาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันนิติบุคคลและเอกสารล่าสุดก่อนเปิดบัญชี
